นางอุมากมล สุนทรสุรัติ ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเปิดเผยถึงผลสำรวจทัศนคติ พฤติกรรมและการใช้จ่ายของประชาชนในช่วงวันวาเลนไทน์ปี2569 จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,280 ตัวอย่างทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 26- 31 ม.ค. 2569พบว่า เมื่อถามถึงปัญหาของเด็กและเยาวชน อยู่ในระดับใด ผู้ตอบระบุว่า ปัญหาสูงสุดอันดับแรก การมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร รองลงมาการข่มขืนและล่วงละเมิดทาง อันดับ 3 การติดยาเสพติดในวัยรุ่น อันดับ 4 การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น อันดับ 5 การติดโรคทางเพศสัมพันธ์ อันดับ 6 ค่านิยมที่ผิดเพี้ยน และการกดดันทางสังคม อันดับ 7 การถูกล่อชวงทางโซเชียลเน็ตเวิร์ค อันดับ 8 สุขภาพจิต และสุขภาวะของเยาวชน อันดับ 9 การใช้ความรุนแรงในเพศสัมพันธ์ อันดับ 10 การขาดการดูแลจากครอบครัว

สำหรับธุรกิจที่ได้รับประโยชน์ในช่วงวันวาเลนไทน์ 5 อันดับแรกได้แก่ โรงแรมที่พัก รองลงมาคือร้านของขวัญและดอกไม้ ,ร้านอาหารและค่าเฟ่ ,ช้อคโกแลต-ขนม และ บริการส่งของขวัญ โดยคนส่วนใหญ่ 51.5% ตอบว่า ปีนี้ไม่มีแผนที่จะฉลองหรือทำกิจกรรมในวันวาเลนไทน์ แต่ 48.5%มีแผนฉลอง
โดยกิจกรรมที่คู่รักทำในช่วงวาเลนไทน์ อันดับแรก ไปทานข้าวนอกบ้าน อันดับ 2 ซื้อของขวัญ อันดับ 3 ไปเดินห้าง อันดับ 4 อยู่บ้านเฉยๆ อันดับ 5 ซื้อดอกไม้ อันดับ 6 ซื้อการ์ด อันดับ 7 ท่องเที่ยวในประเทศ อันดับ 8 ซื้อช็อคโกแลต อันดับ 9 ไปบ้านแฟน อันดับ 10 พาแฟนมาที่บ้าน

เมื่อสอบถามคนส่วนใหญ่ 35.3% ให้ความสำคัญกับวันวาเลนไทน์ระดับปานกลาง ,21.1 % สำคัญมาก ,17.4% สำคัญน้อย, 12.2% ไม่สำคัญเลย ,8.9% สำคัญน้อยมาก และ5.1 %สำคัญอย่างมาก โดยคนเจนZให้ความสำคัญมากที่สุด รองลงมาคือเจนY เจนXและเจนBB
เมื่อสอบถามถึงความรู้สึกต่อบรรยากาศในช่วงวันวาเลนไทน์พบว่า ส่วนใหญ่ 69.1%ตอบว่า มีความสุข ,20.6% เกิดความคาดหวัง ,7.8%เครียดและกดดัน , 2.0%วิตกกังวลและ0.5%อื่นๆ ส่วนที่มาของเงินที่ใช้ในช่วงวันวาเลนไทน์ 70.1% นำมาจากค่าขนม, 26.1% เงินออม , 1.8% ผู้ปกครอง ,1.4 %เงินช่วยเหลือรัฐและ0.6%โบนัส
ส่วนพฤติกรรมการใช้จ่ายช่วงวาเลนไทน์ปีนี้เทียบกับปีก่อน ในด้านของปริมาณ คนส่วนใหญ่50.6% ใช้จ่ายไม่เปลี่ยนแปลง ,26.8% ใช้จ่ายเพิ่มขึ้นโดยมีอัตราสูงกว่า คนที่ตอบว่า ใช้จ่ายลดลงซึ่งมีสัดส่วนอยู่ที่ 22.6 % เหตุผลที่ใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเพราะสินค้าแพง, เป็นช่วงวันหยุดยาว ,มีสถานที่จัดเลี้ยงมากขึ้น ส่วนคนที่ใช้จ่ายลดลง เป็นเพราะสินค้าแพง มีภาระหนี้สินเพิ่มขึ้น
เมื่อสอบถามถึงความคึกคักคนส่วนใหญ่ 51.7% บอกว่าคึกคักเหมือนเดิม ,33.1 %บอกคึกคักมากขึ้น โดยมีอัตราสูงสุด คนที่ตอบว่า คึกคักน้อยลง ซึ่งมีอัตราที่ 15.2% โดย คนที่ตอบว่าคึกคักมากขึ้น เนื่องจากมีการจัดโปรโมชั่นมาก , คาดว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้น, ตรงกับวันหยุดยาว คาดหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่
ข่าวยอดนิยมในหมวดหมู่
ข่าวล่าสุด

“รูบิโอ” ยันสหรัฐไม่ทิ้งมิตรเก่าอย่าง “ยุโรป” ส่งสัญญาณบวกสมานรอยร้าว

7 องค์กรพิทักษ์สัตว์ผนึกกำลัง จี้รัฐสอบปม “สีดอหูพับ” ล้มขณะเคลื่อนย้าย!

‘CORTIS’ ชู้ทความเท่ลงเต็มห่วงใน ‘Mention Me’ เพลงประกอบหนังแอนิเมชัน ‘GOAT’






