รู้จักพิษของกบลูกศรพิษที่อาจถูกใช้เพื่อสังหาร อเล็กเซ นาวาลนี ผู้นำฝ่ายค้านรัสเซีย

ที่มาของภาพ,Getty Images
รัฐบาลสหราชอาณาจักร และชาติพันธมิตรในยุโรปบางประเทศกล่าวว่า อเล็กเซ นาวาลนี ผู้นำฝ่ายค้านของรัสเซียถูกสังหารโดยการใช้สารพิษที่มีอันตรายถึงชีวิต ซึ่งพบได้ในกบลูกศรพิษจากภูมิภาคอเมริกาใต้
กระทรวงการต่างประเทศของสหราอาณาจักร ระบุเพิ่มว่า ร่องรอยของสารเอพิบาทิดีน (epibatidine) ถูกตรวจพบในตัวอย่างร่างกายของนาวาลนี และมีความเป็นไปได้อย่างมากที่จะเป็นสาเหตุในเขาเสียชีวิตในทัณฑนิคมในไซบีเรียเมื่อสองปีก่อน
เหล่าชาติพันธมิตรเสริมว่า มีเพียงแค่รัฐบาลรัสเซียเท่านั้นที่ "มีความสามารถ แรงจูงใจ และโอกาส" ในการใช้สารพิษร้ายแรงชนิดนี้
ด้านรัฐบาลรัสเซียออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยระบุว่าเป็น "ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร" ตามรายงานของสำนักข่าวทาสส์
สารพิษนี้คืออะไร ?
จิลล์ จอห์นสัน ผู้เชี่ยวชาญด้านพิษวิทยา ระบุว่า เอพิบาทิดีน คือสารพิษที่พบได้ตามธรรมชาติซึ่งส่งผลต่อระบบประสาท สารพิษชนิดนี้ถูกสกัดได้จากผิวหนังของกบลูกศรพิษในเอกวาดอร์
เธอบอกกับบีบีซีแผนกภาษารัสเซียว่า สารชนิดนี้มีฤทธิ์แรงกว่า มอร์ฟีน ถึง "200 เท่า"
เอพิบาทิดีนพบได้ตามธรรมชาติในกบลูกศรพิษที่อาศัยอยู่ในป่าของทวีปอเมริกาใต้ และยังสามารถสังเคราะห์ขึ้นในห้องปฏิบัติการได้ด้วย
ทั้งนี้ชาติพันธมิตรยุโรประบุในแถลงการณ์ว่า กบลูกศรพิษที่เลี้ยงในกรงจะไม่ผลิตสารพิษชนิดนี้ และเอพิบาทิดีนก็ไม่ได้พบได้ตามธรรมชาติในรัสเซีย
ตามข้อมูลที่มีอยู่พบว่ากบสายพันธุ์ที่สามารถขับสารพิษนี้ออกทางผิวหนัง ได้แก่ กบลูกศรพิษแอนโทนี (Anthony's poison arrow frog) และกบพิษแฟนแทสมัล (Phantasmal poison frog)
แม้เอพิบาทิดีนเคยถูกศึกษาเพื่อนำมาใช้เป็นยาแก้ปวด รวมถึงบรรเทาอาการจากโรคปอดอักเสบที่ก่อให้เกิดความเจ็บปวด แต่มันยังไม่ถูกนำมาใช้ทางคลินิก เนื่องจากมีความเป็นพิษสูง
พิษของกบลูกศรพิษทำงานอย่างไร ?
ตามคำอธิบายของจอห์นสัน สารเคมีรุนแรงชนิดนี้ออกฤทธิ์ต่อ ตัวรับนิโคตินิกในระบบประสาท
เธออธิบายว่า เนื่องจากสารพิษชนิดนี้กระตุ้นตัวรับของเส้นประสาทมากเกินไป หากได้รับในปริมาณที่คำนวณมาแล้วอย่างเหมาะสม ก็อาจทำให้เกิดอาการกล้ามเนื้อกระตุก อัมพาต ชัก หัวใจเต้นช้าลง ระบบหายใจล้มเหลว และเสียชีวิตในที่สุด
อะลาสแตร์ เฮย์ ศาสตราจารย์ด้านพิษวิทยาสิ่งแวดล้อมจาก มหาวิทยาลัยลีดส์ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว PA ว่า ผลของมันอาจทำให้การหายใจถูกปิดกั้น และ "ผู้ที่ได้รับพิษจะเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจ"
เขาเสริมว่า การตรวจพบสารพิษนี้ในเลือดของใครบางคน "บ่งชี้ถึงการได้รับสารโดยเจตนา"
นอกจากนี้ ศ.เฮย์ยังกล่าวว่า ความเป็นพิษของเอพิบาทิดีนอาจเพิ่มสูงขึ้นได้ หากใช้ร่วมกับยาบางชนิด และมีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการใช้สารผสมลักษณะนี้มาแล้ว
สารพิษชนิดนี้หายากแค่ไหน ?
จอห์นสันกล่าวว่า เอพิบาทิดีนเป็นสารที่พบได้ยากมาก และพบได้แค่ในพื้นที่ทางภูมิศาสตร์แห่งเดียวเท่านั้น อีกทั้งยังมีอยู่ในปริมาณเล็กน้อยมาก
เป็นที่เข้าใจกันว่า กบลูกศรพิษที่กระทรวงการต่างประเทศสหราชอาณาจักรและประเทศอื่น ๆ กล่าวถึง คือ กบลูกศรพิษแอนโทนี ซึ่งเป็นสายพันธุ์เฉพาะถิ่นของเอกวาดอร์และเปรู
กบชนิดนี้สร้างสารเคมีดังกล่าวจากการกินอาหารที่เหมาะสม ซึ่งทำให้เกิดสารอัลคาลอยด์ (alkaloids) ซึ่งเป็นสารประกอบอินทรีย์ชนิดหนึ่ง ก่อนจะพัฒนาเป็นเอพิบาทิดีนและสะสมไว้ที่ผิวหนัง หากอาหารของกบเปลี่ยนไป ปริมาณเอพิบาทิดีนที่สะสมอยู่ก็จะลดลงด้วย
"การจะหากบป่าในสถานที่ที่ถูกต้อง และกำลังกินอาหารที่ใช่เพื่อสร้างสารอัลคาลอยด์ที่ต้องการนั้น แทบเป็นไปไม่ได้…แทบจะเป็นไปไม่ได้" จอห์นสันกล่าว
"นี่เป็นวิธีการวางยาพิษมนุษย์ที่พบได้ยากอย่างยิ่ง กรณีอื่น ๆ ของการได้รับพิษเอพิบาทิดีนที่ฉันรู้ล้วนเกิดขึ้นในห้องปฏิบัติการ และไม่มีผู้เสียชีวิตทั้งนั้น" เธอเสริม
รัสเซียว่าอย่างไร ?
ชาติพันธมิตรยุโรประบุเมื่อวันที่ 14 ก.พ. ที่ผ่านมาว่า ห้องปฏิบัติการในยุโรปยืนยันว่า อเล็กเซ นาวาลนี เสียชีวิตจากสารพิษที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักชนิดดังกล่าว
ก่อนหน้านี้รัฐบาลรัสเซียยืนยันว่าเขาเสียชีวิตจากสาเหตุตามธรรมชาติ ขณะที่ยูเลีย นาวาลนายา ภรรยาของนาวาลนี ยืนกรานมาโดยตลอดว่าสามีของเธอถูก "สังหาร" ด้วยการวางยาพิษ
สถานเอกอัครราชทูตรัสเซียในกรุงลอนดอนปฏิเสธคำกล่าวอ้างว่า รัฐบาลรัสเซียมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของนาวาลนี และเรียกการประกาศดังกล่าวว่าเป็น "ความคิดเพ้อเจ้อของนักแต่งเรื่องฝั่งตะวันตก" และเป็น "การโฆษณาชวนเชื่อกับผู้ตาย"
ด้าน มาเรีย ซาคาโรวา โฆษรัฐบาลรัสเซีย ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวของรัฐทาสส์ว่า "คำพูดและแถลงการณ์ทั้งหมดนี้เป็นปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารที่มุ่งเบี่ยงเบนความสนใจจากปัญหาเร่งด่วนของตะวันตก"
ทั้งนี้ นาวาลนีถูกคุมขังมาเป็นเวลา 3 ปีแล้ว ตอนที่เขาเสียชีวิต และในระยะหลังเขาถูกย้ายไปยังทัณฑนิคมในเขตอาร์กติก
ตามคำชี้แจงของทางการรัสเซีย ชายวัย 47 ปีรายนี้ออกไปเดินระยะสั้น ๆ ก่อนจะบอกว่ารู้สึกไม่สบาย จากนั้นก็ทรุดลงและไม่ฟื้นคืนสติอีกเลย































