Movatterモバイル変換


[0]ホーム

URL:


ข้ามไปเนื้อหา
วิกิพีเดียสารานุกรมเสรี
ค้นหา

Tendinopathy

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
บทความนี้มีชื่อเป็นภาษาอังกฤษ เนื่องจากยังไม่มีชื่อภาษาไทยที่กระชับ เหมาะสม, ไม่ปรากฏคำอ่านที่แน่ชัด หรือไม่ปรากฏคำแปลที่ใช้ในทางวิชาการ
บทความนี้อ้างอิงคริสต์ศักราช/คริสต์ทศวรรษ/คริสต์ศตวรรษ ซึ่งเป็นสาระสำคัญของเนื้อหา
Tendinopathy
ชื่ออื่น[1] tendinosus[2]
เส้นเอ็นหวายที่มักมีปัญหา
สาขาวิชาPrimary care
อาการเจ็บ บวม[3]
สาเหตุบาดเจ็บ ทำกิจกรรมซ้ำ [3]
วิธีวินิจฉัยอาการ การตรวจร่างกายภาพจากเครื่องมือ[4]
การรักษาพักผ่อน,ยาแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตอรอยด์,เข้าเฝือกหรือใช้อุปกรณ์ยึด,กายภาพบำบัด[5]
พยากรณ์โรค80% ของโรคเนื่องกับการใช้งานเกินจะดีขึ้นใน 6 เดือน[2]
ความชุกสามัญ[3][2]

Tendinopathy เป็นโรคเอ็นชนิดหนึ่งที่ทำให้เจ็บ บวม หรือพิการ[3][1]มักจะเจ็บมากขึ้นเมื่อเคลื่อนไหว[6]มักเป็นที่ไหล่ (rotator cuff tendinitis, biceps tendinitis)ข้อศอก (tennis elbow, golfer's elbow) ข้อมือ สะโพกเข่า (jumper's knee, popliteus tendinopathy) หรือข้อเท้า (Achilles tendinitis)[3][7][2]

โรคอาจจะเกิดจากการบาดเจ็บหรือทำอะไรซ้ำ [3]เหตุเกิดที่มีน้อยกว่าอื่น ๆ รวมทั้งการติดเชื้อข้ออักเสบโรคเกาต์โรคไทรอยด์เบาหวาน และการใช้ยาปฏิชีวนะกลุ่ม quinolone[8][9]กลุ่มเสี่ยงรวมทั้งกรรมกรนักดนตรี และนักกีฬา[10]การวินิจฉัยปกติจะอาศัยอาการการตรวจร่างกาย และบางครั้งภาพจากอุปกรณ์[4]ในไม่กี่อาทิตย์หลังการบาดเจ็บ อาการบวมก็จะมีน้อยหรือไม่มีเลย โดยปัญหาพื้นฐานจะเป็นเพราะเส้นใยฝอย (fibrils) ของเส้นเอ็นอ่อนแอหรือเสียหาย[11]

การรักษาอาจรวมการพักผ่อนยาแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตอรอยด์การเข้าเฝือกหรือใช้อุปกรณ์ยึด และกายภาพบำบัด[5]การรักษาที่สามัญน้อยกว่ารวมทั้งการฉีดยาสเตอรอยด์หรือการผ่าตัด[5]คนไข้ชนิดใช้งานเกินประมาณ 80% จะหายดีเป็นปกติใน 6 เดือน[2]โรคค่อนข้างจะสามัญ[3]ผู้สูงอายุมีปัญหามากกว่า[10]เป็นโรคที่ทำให้คนขาดงานมาก[2]

อาการ

[แก้]

อาการรวมทั้งกดแล้วเจ็บ บวม เจ็บ มักเกิดเมื่อออกกำลังหรือเมื่อขยับอวัยวะ[12]

เหตุ

[แก้]

เหตุเกิดรวมทั้งการบาดเจ็บหรือการทำกิจกรรมซ้ำ [3]กลุ่มเสี่ยงรวมกรรมกรนักดนตรีและนักกีฬา[10]เหตุเกิดที่มีน้อยกว่ารวมทั้งการติดเชื้อข้ออักเสบโรคเกาต์โรคไทรอยด์ และเบาหวาน[9]วิธีรักษาที่ได้ผลรวมทั้งกายภาพบำบัดและ/หรือการผ่าตัด[13]โรคอ้วน โดยเฉพาะคือภาวะเนื้อเยื่อไขมันมาก (adiposity) อาจทำให้เสี่ยงโรคมากขึ้น[14]

ยาปฏิชีวนะกลุ่ม quinolone ทำให้เสี่ยงเป็นเส้นเอ็นอักเสบและเส้นเอ็นฉีกเพิ่มขึ้น[15]งานทบทวนเป็นระบบปี 2013 พบว่าอัตราการเกิดเอ็นบาดเจ็บของผู้ใช้ยา fluoroquinolones อยู่ที่ระหว่างร้อยละ 0.08-0.2[16]เป็นยาที่มักมีผลต่อเส้นเอ็นรับน้ำหนักในอวัยวะส่วนล่าง โดยเฉพาะเอ็นร้อยหวาย ซึ่งมักฉีกในคนไข้ในอัตราถึงร้อยละ 30-40[17]

ประเภท

[แก้]
  • Achilles tendinitis
  • Calcific tendinitis
  • Patellar tendinitis (jumper's knee)

พยาธิสรีรภาพ

[แก้]

จนถึงปี 2016 ความเข้าใจทางพยาธิสรีรวิทยาของโรคก็ยังไม่ดีแม้การอักเสบจะเป็นปัญหา ความสัมพันธ์ระหว่างความเปลี่ยนแปลงที่โครงสร้างเนื้อเยื่อ การทำงานของเส้นเอ็น และความเจ็บก็ยังไม่ชัดเจน มีแบบจำลองที่แข่งกันหลายอย่างซึ่งก็ยังไม่ได้ทดสอบความสมเหตุผลอย่างบริบูรณ์ และก็ยังไม่ได้พิสูจน์ว่าเป็นเท็จอีกด้วย[18][19]กลไกระดับโมเลกุลของการอักเสบรวมทั้งการปล่อยสารทำให้อักเสบกลุ่มไซโตไคน์ เช่น IL-1β ซึ่งลดการแสดงออกของ collagen mRNA กลุ่ม 1 ในเซลล์เอ็น (tenocyte) ซึ่งทำให้สารเคลือบเซลล์ (extracellular matrix) ของเอ็นเสื่อม[20]งานทบทวนอย่างเป็นระบบปี 2020 พบว่า แม้จะมีสารบ่งชี้การอักเสบ (inflammatory marker) ในงานศึกษาที่ได้ทบทวนถึง 2 ใน 3 แต่ความต่าง ๆ กันของข้อมูล และการไร้งานศึกษาที่เทียบกันได้จึงหมายความว่า ไม่สามารถสรุปในงานศึกษานี้ได้ว่าโรคมีพยาธิสรีรภาพที่เหมือน ๆ กัน[21]

ในทางทฤษฎี ปัจจัยของโรคมีหลายอย่างรวมทั้งเอ็นยืดเกิน (tensile overload), ความเสียหายของเซลล์เส้นเอ็นที่มีหน้าที่สังเคราะห์คอลลาเจน, การขาดเลือดเพราะรับน้ำหนักเกิน, เส้นประสาทงอก (neural sprouting), ความเสียหายเพราะเย็นหรือร้อนเกิน และการตอบสนองแบบปรับตัวของร่างกายต่อแรงอัดโดยการขยับเลื่อนของมัดใยเส้นเอ็น (fascicle) ต่าง ๆ และแรงเฉือน (shear force) ที่ผิวของ (interface) มัดใยเส้นเอ็นอาจเป็นปัจจัยสำคัญให้เกิด tendinopathy และทำให้เส้นเอ็นฉีกได้ง่าย[22]

เหตุเกิดที่ยอมรับกันมากที่สุดสำหรับสภาวะนี้ก็คือ การใช้อวัยวะมากเกินบวกกับปัจจัยภายในและภายนอก ซึ่งขัดขวางกระบวนการรักษาตัวเองตามธรรมชาติ โดยอาจทำให้ล้มเหลวได้อย่างสิ้นเชิง โรคมีผลเป็นเซลล์ตาย (cellular apoptosis), สารเคลือบเซลล์ผิดระเบียบ (matrix disorganization) และเส้นเลือดงอก (neovascularization)[23]

ลักษณะคลาสสิกของ "tendinosis" (โรคเอ็น, เส้นเอ็นผิดปกติ) ก็คือผิวเส้นเอ็น (collagenous matrix) เสื่อม, เซลล์เกิดมากผิดปกติ (hypercellularity) และเส้นเลือดเกิดมากผิดปกติ (hypervascularity) โดยไม่มีเซลล์ที่อักเสบดังนั้น จึงเป็นลักษณะที่คัดค้านชื่อผิดดั้งเดิมว่า "tendinitis" (เส้นเอ็นอักเสบ)[24][25]

สำหรับโรคข้อศอกเทนนิสเรื้อรัง สิ่งที่ตรวจพบทางจุลกายวิภาครวมทั้งเนื้อเยื่อแกรนูเลชัน, เส้นใยที่ฉีกออก (microrupture) และเอ็นเสื่อม โดยไม่มีการอักเสบที่เคยคิดว่ามี ดังนั้น จึงอาจเรียกว่าเป็น lateral elbow tendinopathy หรือ tendinosis ได้ดีกว่า lateral epicondylitis[26]มีโรคข้อศอกเทนนิสที่มีเนื้อเยื่อผิดปกติแต่ไม่อักเสบ ดังนั้น จึงเรียกได้ด้วยว่า angio-fibroblastic tendinosis[27]

จานเพาะเส้นเอ็นที่ผิดปกติพบว่า มีการผลิตคอลลาเจนแบบ 3 (type III collagen) เพิ่ม[28][29]

การดูภาพอัลตราซาวนด์ตามยาว (longitudinal sonogram) ของปุ่มข้อศอกด้านข้างพบว่า common extensor tendon หนาขึ้นและมีความต่าง ๆ กัน ซึ่งเป็นลักษณะของ tendinosis โดยภาพแสดงการเกาะแคลเซียม, รอยฉีกที่เส้นเอ็น และความผิดปกติที่ชัดเจนของปุ่มกระดูก lateral epicondyleแม้มักจะใช้คำว่า "epicondylitis" สำหรับภาวะโรคนี้ แต่สภาพทางจุลพยาธิวิทยาก็ไม่แสดงการอักเสบ ไม่ว่าจะเป็นโรคแบบเฉียบพลันหรือเรื้อรัง งานศึกษาทางจุลพยาธิวิทยาแสดงว่า สภาวะโรคนี้เป็นผลของความเสื่อมสภาพของเส้นเอ็น (tendon degeneration) คือ เนื้อเยื่อปกติธรรมดาจะถูกแทนที่ด้วยคอลลาเจนที่ไม่เป็นระเบียบ ดังนั้น สภาวะโรคจึงควรเรียกว่า tendinosis หรือ tendinopathy ไม่ใช่ tendinitis[30]

อัลตราซาวนด์แบบ Colour Doppler แสดงการเปลี่ยนแปลงของเส้นเอ็นโดยโครงสร้าง บริเวณที่มีเส้นเลือด (vascularity) และบริเวณที่สะท้อนเสียงน้อย (hypo-echoic area) จะเป็นส่วนที่เจ็บของ common extensor tendon[31]

tendinopathy ที่เกิดจากการรับน้ำหนักเกินโดยไม่ฉีก (load-induced, non-rupture) ในมนุษย์สัมพันธ์กับการเพิ่มอัตราโปรตีนคอลลาเจน III:I, กับการเปลี่ยนเส้นฝอยคอลลาเจนแบบขนาดใหญ่ไปเป็นขนาดเล็ก,กับการงอ (buckling) ของมัดใยคอลลาเจนที่สารเคลือบเอ็น (extracellular matrix) และกับการงอของเซลล์เส้นเอ็น (tenocyte) รวมทั้งตัวนิวเคลียส[32]

วินิจฉัย

[แก้]
ภาพแสดงเส้นเอ็นอันเสบ (tendonitis) และการฉีกของเส้นเอ็น (tendon rupture)

อาการจะต่าง ๆ กันรวมทั้งเจ็บปวด ขยับข้อต่อไม่สะดวก ชาหรือร้อนรอบ ๆ ข้อต่อในที่ที่เส้นเอ็นอักเสบในบางกรณี จะมีอาการบวม ร้อน และแดง โดยอาจจะเห็นเป็นปม ๆ ที่ข้อต่อ ปกติจะเจ็บเพิ่มขึ้นในช่วงทำกิจกรรมและหลังกิจกรรม โดยเอ็นและข้อต่ออาจขยับได้ไม่สะดวกในวันต่อไปเพราะกล้ามเนื้อเกร็งเพราะการขยับเอ็น คนไข้จำนวนมากรายงานความเครียดในชีวิตโดยสัมพันธ์กับการเริ่มเจ็บ ซึ่งอาจมีผลต่ออาการ[ต้องการอ้างอิง]

การสร้างภาพทางแพทย์

[แก้]

อาจดูภาพอัลตราซาวด์เพื่อตรวจความตึงของเนื้อเยื่อและลักษณะทางกายภาพอื่น [33]วิธีนี้เริ่มนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพราะราคาไม่แพง ปลอดภัย และทำได้เร็วและสามารถใช้สร้างภาพเนื้อเยื่อ โดยคลื่นเสียงจะสามารถให้ข้อมูลทางกายภาพอื่น ๆ ของเนื้อเยื่อ[34]

การรักษา

[แก้]

การรักษาปัญหาเส้นเอ็นโดยมากเป็นเชิงอนุรักษ์ มักใช้ยาแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตอรอยด์ (NSAIDs), ให้พักผ่อน และให้ค่อย ๆ เพิ่มออกกำลังกายการพักผ่อนจะช่วยป้องกันไม่ให้เส้นเอ็นเสียหายเพิ่มขึ้น การประคบน้ำแข็ง การใช้ผ้ารัด และการยกอวัยวะขึ้นสูงก็มักจะแนะนำด้วยกายภาพบำบัด อาชีวบำบัด และการใช้อุปกรณ์พยุงก็ช่วยได้เหมือนกัน โรคชนิดใช้งานเกินปกติจะฟื้นตัวในเบื้องต้นใน2-3 วัน โดยจะฟื้นสภาพอย่างบริบูรณ์ใน3-6 เดือน[2]Tendinosis ใช้เรียกภาวะเมื่อระยะการฟื้นสภาพเฉียบพลันได้ยุติแล้ว คือใน6-8 อาทิตย์แต่ก็ยังมีส่วนที่หายยังไม่ดีพอ ดังนั้น การรักษา tendinitis จึงอาจลดความเสี่ยงการเกิด tendinosis ซึ่งหายได้ช้ากว่า[ต้องการอ้างอิง]มีหลักฐานเบื้องต้นว่า การยิงแสงเลเซอร์พลังต่ำ (low-level laser therapy) อาจช่วยรักษา tendinopathy[35]แต่ผลของการรักษาด้วยการนวดแบบ deep transverse friction massage (การกดเส้นแบบลึก) เพื่อรักษาข้อศอกเทนนิสหรือ lateral knee tendinitis ก็ยังไม่ชัดเจน[36]

ยาแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตอรอยด์

[แก้]

ยาแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตอรอยด์ (NSAIDs) อาจใช้ช่วยบรรเทาความปวดได้[2]แต่ก็ไม่ช่วยให้หายโรคในระยะยาว[2]ยาแก้ปวดชนิดอื่น ๆ เช่นพาราเซตามอล อาจใช้ได้ดีเท่า ๆ กัน[2]

ยาฉีดสเตอรอยด์

[แก้]

การฉีดสเตอรอยด์ไม่พบว่ามีประโยชน์เพื่อรักษา tendonitis ในระยะยาว แต่ก็พบว่าแก้ปวดและทำให้ใช้ชีวิตได้ดีกว่าการรักษาอย่างอื่น ๆ ในระยะสั้น ยกเว้นยาแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตอรอยด์[37]แต่ไม่ปรากฏว่ามีประโยชน์ต่อ tendinitis ที่เอ็นหุ้มข้อไหล่ (rotator cuff)[38]ยาฉีดยังอาจมีผลลบอื่น ๆ อีก[39]

ยาฉีดชนิดอื่น

[แก้]

การใช้ยาฉีดอื่น ๆ เป็นปกติเพื่อรักษา Achilles tendinopathy ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอยาฉีดเช่น autologous blood, platelet-rich plasma, deproteinised haemodialysate, aprotinin, polysulphated glycosaminoglycan, skin derived fibroblasts[40]อนึ่ง จนถึงปี 2014 ก็ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอเพื่อสนับสนุนการรักษาการบาดเจ็บด้วย platelet-rich plasma ที่เนื้อเยื่ออ่อนของกล้ามเนื้อและโครงกระดูก เช่น เอ็นยึดบาดเจ็บ กล้ามเนื้อฉีก เอ็นกล้ามเนื้อฉีก และ tendinopathy[41]

พยากรณ์โรค

[แก้]

tendinosus เพราะใช้งานเกินปกติจะฟื้นตัวในเบื้องต้นใน2-3 เดือน และคนไข้ 80% จะฟื้นสภาพอย่างบริบูรณ์ใน3-6 เดือน[2]

วิทยาการระบาด

[แก้]

การบาดเจ็บของเส้นเอ็นที่เป็นเหตุและ tendinopathy ที่เป็นผล เป็นกรณีคนไข้ถึง 30% สำหรับแพทย์กีฬา และแพทย์กล้ามเนื้อและกระดูกอื่น [42]แม้โรคจะเห็นได้บ่อยสุดในนักกีฬาไม่ว่าจะบาดเจ็บหรือไม่ แต่ก็เริ่มสามัญยิ่ง ๆ ขึ้นสำหรับผู้ไม่ใช่นักกีฬาและกลุ่มบุคคลที่ไม่มีกิจกรรมมากยกตัวอย่างเช่น ในงานศึกษากลุ่มประชากรทั่วไป คนไข้โดยมากผู้มีโรคที่เอ็นร้อยหวายไม่สัมพันธ์โรคของตนกับกิจกรรมทางกีฬา[43]งานศึกษาปี 1996 พบว่า อุบัติการณ์การเกิดโรค tendinopathy ที่เอ็นร้อยหวายในกลุ่มประชากรทั่วไปเพิ่มขึ้นเป็น 6 เท่าเมื่อเทียบช่วงปี 1979-1986 กับช่วงปี 1987-1994[44]ส่วนอุบัติการณ์โรคที่ rotator cuff อยู่ที่ระหว่างร้อยละ 0.3-5.5 และความชุกของโรคต่อปีอยู่ที่ระหว่างร้อยละ 0.5-7.4[45]

ศัพท์

[แก้]

คำว่า tendinitis ใช้กันอย่างสามัญมาก แต่ก็มักจะทำให้เข้าใจผิดเพราะคำต่อท้ายว่า "-itis" บ่งการอักเสบ (inflammation)ซึ่งเป็นการตอบสนองเฉพาะที่ของร่างกายต่อความเสียหายที่เนื้อเยื่อโดยเซลล์เม็ดเลือดแดงเซลล์เม็ดเลือดขาว และโปรตีนเลือด อนึ่ง เส้นเลือดรอบ ๆ ส่วนที่บาดเจ็บจะขยายขนาด[46]เทียบกับเส้นเอ็นปกติที่จะไม่ค่อยมีเส้นเลือด[47]

คอร์ติโคสเตอรอยด์เป็นยาที่ช่วยลดการอักเสบ อาจมีประโยชน์ลดความเจ็บปวดของโรค tendinopathy แบบเรื้อรัง ช่วยให้ใช้ชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น และลดอาการบวมในระยะสั้น แต่ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดโรคอีกในระยะยาว[48]ปกติจะฉีดกับยาชาคือลิโดเคน งานวิจัยยังพบด้วยว่าเส้นเอ็นจะไม่แข็งแรงหลังจากฉีดคอร์ติโคสเตอรอยด์

tendinitis ปัจจุบันยังเป็นวินิจฉัยที่สามัญ แม้งานวิจัยจะแสดงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ว่า อาการที่เรียกว่า tendinitis ปกติจะเป็น tendinosis[49]

โรคอื่น ๆ ที่คล้ายกันทางกายวิภาคแต่จัดว่าต่างกันก็คือ

  • Enthesitis เป็นการอักเสบที่ entheses ซึ่งเป็นจุดที่เอ็นกล้ามเนื้อและเอ็นยึดสอดเข้าไปในกระดูก[50][51] อาการสัมพันธ์กับโรคข้อกรรมพันธุ์โดยยีน HLA B27 เช่นกระดูกสันหลังอักเสบยึดติด, psoriatic arthritis และข้ออักเสบรีแอคทีฟ[52][53]
  • Apophysitis เป็นการอักเสบของ tubercle (ปุ่มที่เกาะของกล้ามเนื้อ) ซึ่งมักเกิดจากการใช้งานมากเกินไปของเด็กที่กำลังโต[54][55][56]

งานวิจัย

[แก้]

การใช้แผ่นแปะแบบ glyceryl trinitrate เพื่อส่งยาไนตริกออกไซด์ที่บริเวณที่เจ็บมากที่สุดพบว่าสามารถลดความเจ็บปวดและทำให้ใช้อวัยวะที่เป็นปัญหาได้ดีขึ้น[57]

วิธีการรักษาที่มีอนาคตอย่างหนึ่งก็คือ การให้ออกกำลังแบบ eccentric ซึ่งอาศัยการเกร็งกล้ามเนื้อเมื่อกำลังยืดกล้ามเนื้ออยู่[58]

สัตว์อื่น 

[แก้]

Bowed tendon เป็นคำเรียกอาการอักเสบ (tendinitis) และอาการเสื่อม (degeneration) ของเส้นเอ็นที่เกิดในม้า มักพบที่เอ็น superficial digital flexor tendon ในขาหน้าMesenchymal stem cell ที่ได้มาจากไขกระดูกหรือไขมันของม้า มักจะใช้รักษาเส้นเอ็นของม้า[59]

เชิงอรรถและอ้างอิง

[แก้]
  1. 1.01.1"Tendinopathy MeSH Browser".US National Library of Medicine (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ2018-11-18.
  2. 2.002.012.022.032.042.052.062.072.082.092.10Wilson, JJ; Best, TM (Sep 2005)."Common overuse tendon problems: A review and recommendations for treatment"(PDF).American Family Physician.72 (5): 811–8.PMID 16156339. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม(PDF)เมื่อ 2007-09-29. สืบค้นเมื่อ2007-04-02.
  3. 3.03.13.23.33.43.53.63.7"Tendinitis".National Institute of Arthritis and Musculoskeletal and Skin Diseases (ภาษาอังกฤษ). 2017-04-12. สืบค้นเมื่อ2018-11-18.
  4. 4.04.1"Tendinitis".National Institute of Arthritis and Musculoskeletal and Skin Diseases (ภาษาอังกฤษ). 2017-04-12. สืบค้นเมื่อ2018-11-18.
  5. 5.05.15.2"Tendinitis".National Institute of Arthritis and Musculoskeletal and Skin Diseases (ภาษาอังกฤษ). 2017-04-12. สืบค้นเมื่อ2018-11-18.
  6. "Tendinitis".National Institute of Arthritis and Musculoskeletal and Skin Diseases (ภาษาอังกฤษ). 2017-04-12. สืบค้นเมื่อ2018-11-18.
  7. "Tendinitis".National Institute of Arthritis and Musculoskeletal and Skin Diseases (ภาษาอังกฤษ). 2017-04-12. สืบค้นเมื่อ2018-11-18.
  8. "Fluoroquinolones and risk of Achilles tendon disorders: case-control study".British Medical Journal (ภาษาอังกฤษ). 2002-06-01. สืบค้นเมื่อ2022-09-21.
  9. 9.09.1"Tendinitis".National Institute of Arthritis and Musculoskeletal and Skin Diseases (ภาษาอังกฤษ). 2017-04-12. สืบค้นเมื่อ2018-11-18.
  10. 10.010.110.2"Tendinitis".National Institute of Arthritis and Musculoskeletal and Skin Diseases (ภาษาอังกฤษ). 2017-04-12. สืบค้นเมื่อ2018-11-18.
  11. Khan, KM; Cook, JL; Kannus, P; Maffulli, N; Bonar, SF (2002-03-16)."Time to abandon the "tendinitis" myth: Painful, overuse tendon conditions have a non-inflammatory pathology".BMJ.324 (7338): 626–7.doi:10.1136/bmj.324.7338.626.PMC 1122566.PMID 11895810.
  12. Rees, JD; Maffulli, N; Cook, J (Sep 2009)."Management of tendinopathy".Am J Sports Med.37 (9): 1855–67.doi:10.1177/0363546508324283.PMID 19188560.S2CID 1810473.
  13. Nirschl, RP; Ashman, ES (2004). "Tennis elbow tendinosis (epicondylitis)".Instr Course Lect.53: 587–98.PMID 15116648.
  14. Gaida, JE; Ashe, MC; Bass, SL; Cook, JL (2009). "Is adiposity an under-recognized risk factor for tendinopathy? A systematic review".Arthritis Rheum.61 (6): 840–9.doi:10.1002/art.24518.PMID 19479698.
  15. "FDA advises restricting use of fluoroquinolones for certain infections; warns about disabling side effects that can occur".U.S. Food and Drug Administration. 2016-07-26. สืบค้นเมื่อ2024-02-14.
  16. Stephenson, AL; Wu, W; Cortes, D; Rochon, PA (September 2013). "Tendon Injury and Fluoroquinolone Use: A Systematic Review".Drug Safety.36 (9): 709–21.doi:10.1007/s40264-013-0089-8.PMID 23888427.S2CID 24948660.
  17. Bolon, Brad (2017-01-01). "Mini-Review: Toxic Tendinopathy".Toxicologic Pathology.45 (7): 834–837.doi:10.1177/0192623317711614.ISSN 1533-1601.PMID 28553748.Any tendon may be affected, but fluoroquinolones, glucocorticoids, and statins most frequently affect large load-bearing tendons in the lower limb, especially the calcaneal (“Achilles”) tendon—which ruptures in approximately 30 to 40% of cases.
  18. Millar, NL; Murrell, GA; McInnes, IB (2017-01-25). "Inflammatory mechanisms in tendinopathy - towards translation".Nature Reviews. Rheumatology.13 (2): 110–122.doi:10.1038/nrrheum.2016.213.PMID 28119539.S2CID 10794196.
  19. Cook, JL; Rio, E; Purdam, CR; Docking, SI (October 2016)."Revisiting the continuum model of tendon pathology: what is its merit in clinical practice and research?".British Journal of Sports Medicine.50 (19): 1187–91.doi:10.1136/bjsports-2015-095422.PMC 5118437.PMID 27127294.
  20. Millar, Neal L.; Murrell, George A. C.; McInnes, Iain B. (2017-01-25). "Inflammatory mechanisms in tendinopathy - towards translation".Nature Reviews. Rheumatology.13 (2): 110–122.doi:10.1038/nrrheum.2016.213.ISSN 1759-4804.PMID 28119539.S2CID 10794196.
  21. Jomaa, George; Kwan, Cheuk-Kin; Fu, Sai-Chuen; Ling, Samuel Ka-Kin; Chan, Kai-Ming; Yung, Patrick Shu-Hang; Rolf, Christer (2020)."A systematic review of inflammatory cells and markers in human tendinopathy".BMC Musculoskeletal Disorders.21 (1).doi:10.1186/s12891-020-3094-y.ISSN 1471-2474.PMC 7006114.PMID 32028937.
  22. Sun, Yu‐Long; Wei, Zhuang; Zhao, Chunfeng; Jay, Gregory D.; Schmid, Thomas M.; Amadio, Peter C.; An, Kai‐Nan (2015). "Lubricin in human achilles tendon: The evidence of intratendinous sliding motion and shear force in achilles tendon".Journal of Orthopaedic Research.33 (6): 932–937.doi:10.1002/jor.22897.ISSN 0736-0266.
  23. Charnoff, Jesse; Naqvi, Usker (2017)."Tendinosis (Tendinitis)".StatPearls. Treasure Island (FL): StatPearls Publishing.PMID 28846334.
  24. Fu, SC; Rolf, C; Cheuk, YC; Lui, PP; Chan, KM (2010)."Deciphering the pathogenesis of tendinopathy: a three-stages process".Sports Med Arthrosc Rehabil Ther Technol.2: 30.doi:10.1186/1758-2555-2-30.PMC 3006368.PMID 21144004.
  25. Abate, M; Silbernagel, KG; Siljeholm, C; Di Iorio, A; De Amicis, D; Salini, V; Werner, S; Paganelli, R (2009)."Pathogenesis of tendinopathies: inflammation or degeneration?".Arthritis Research & Therapy.11 (3): 235.doi:10.1186/ar2723.PMC 2714139.PMID 19591655.
  26. du Toit, C; Stieler, M; Saunders, R; Bisset, L; Vicenzino, B (2008). "Diagnostic accuracy of power Doppler ultrasound in patients with chronic tennis elbow".British Journal of Sports Medicine.42 (11): 572–576.doi:10.1136/bjsm.2007.043901.hdl:10072/22142.ISSN 0306-3674.PMID 18308874.S2CID 3274396.
  27. Nirschl, RP (October 1992)."Elbow tendinosis/tennis elbow".Clin Sports Med.11 (4): 851–70.doi:10.1016/S0278-5919(20)30489-0.PMID 1423702.
  28. Maffulli, N; Ewen, SW; Waterston, SW; Reaper, J; Barrass, V (2000). "Tenocytes from ruptured and tendinopathic achilles tendons produce greater quantities of type III collagen than tenocytes from normal achilles tendons. An in vitro model of human tendon healing".Am J Sports Med.28 (4): 499–505.doi:10.1177/03635465000280040901.PMID 10921640.S2CID 13511471.
  29. Ho, JO; Sawadkar, P; Mudera, V (2014)."A review on the use of cell therapy in the treatment of tendon disease and injuries".J Tissue Eng.5: 2041731414549678.doi:10.1177/2041731414549678.PMC 4221986.PMID 25383170.
  30. McShane, JM; Nazarian, LN; Harwood, MI (October 2006)."Sonographically guided percutaneous needle tenotomy for treatment of common extensor tendinosis in the elbow".J Ultrasound Med.25 (10): 1281–9.doi:10.7863/jum.2006.25.10.1281.PMID 16998100.S2CID 22963436.
  31. Zeisig, Eva; Öhberg, Lars; Alfredson, Håkan (2006). "Sclerosing polidocanol injections in chronic painful tennis elbow-promising results in a pilot study".Knee Surgery, Sports Traumatology, Arthroscopy.14 (11): 1218–1224.doi:10.1007/s00167-006-0156-0.ISSN 0942-2056.PMID 16960741.S2CID 23469092.
  32. Pingel, Jessica; Lu, Yinhui; Starborg, Tobias; Fredberg, Ulrich; Langberg, Henning; Nedergaard, Anders; Weis, MaryAnn; Eyre, David; Kjaer, Michael; Kadler, Karl E. (2014)."3‐ D ultrastructure and collagen composition of healthy and overloaded human tendon: evidence of tenocyte and matrix buckling".Journal of Anatomy.224 (5): 548–555.doi:10.1111/joa.12164.ISSN 0021-8782.PMC 3981497.PMID 24571576.
  33. Duenwald, S; Kobayashi, H; Frisch, K; Lakes, R; Vanderby, R (February 2011)."Ultrasound echo is related to stress and strain in tendon".J Biomech.44 (3): 424–9.doi:10.1016/j.jbiomech.2010.09.033.PMC 3022962.PMID 21030024.
  34. Duenwald-Kuehl, S; Lakes, R; Vanderby, R (June 2012)."Strain-induced damage reduces echo intensity changes in tendon during loading".J Biomech.45 (9): 1607–11.doi:10.1016/j.jbiomech.2012.04.004.PMC 3358489.PMID 22542220.
  35. Tumilty, S; Munn, J; McDonough, S; Hurley, DA; Basford, JR; Baxter, GD (February 2010). "Low level laser treatment of tendinopathy: a systematic review with meta-analysis".Photomedicine and Laser Surgery.28 (1): 3–16.doi:10.1089/pho.2008.2470.PMID 19708800.S2CID 10634480.
  36. Loew, Laurianne M; Brosseau, Lucie; Tugwell, Peter; Wells, George A; Welch, Vivian; Shea, Beverley; Poitras, Stephane; De Angelis, Gino; Rahman, Prinon (2014-11-08)."Deep transverse friction massage for treating lateral elbow or lateral knee tendinitis".Cochrane Database of Systematic Reviews.2014 (11): CD003528.doi:10.1002/14651858.cd003528.pub2.ISSN 1465-1858.PMC 7154576.PMID 25380079.
  37. Gaujoux-Viala, C; Dougados, M; Gossec, L (December 2009)."Efficacy and safety of steroid injections for shoulder and elbow tendonitis: a meta-analysis of randomised controlled trials".Ann. Rheum. Dis.68 (12): 1843–9.doi:10.1136/ard.2008.099572.PMC 2770107.PMID 19054817.Conclusions: Steroid injections are well tolerated and more effective for tendonitis in the short-term than pooled other treatments, though similar to NSAIDs. No long-term benefit was shown.
  38. Mohamadi, A; Chan, JJ; Claessen, FM; Ring, D; Chen, NC (January 2017)."Corticosteroid Injections Give Small and Transient Pain Relief in Rotator Cuff Tendinosis: A Meta-analysis".Clinical Orthopaedics and Related Research.475 (1): 232–243.doi:10.1007/s11999-016-5002-1.PMC 5174041.PMID 27469590.
  39. Dean, BJ; Lostis, E; Oakley, T; Rombach, I; Morrey, ME; Carr, AJ (February 2014). "The risks and benefits of glucocorticoid treatment for tendinopathy: a systematic review of the effects of local glucocorticoid on tendon".Seminars in Arthritis and Rheumatism.43 (4): 570–6.doi:10.1016/j.semarthrit.2013.08.006.PMID 24074644.
  40. Kearney, RS; Parsons, N; Metcalfe, D; Costa, ML (2015-05-26)."Injection therapies for Achilles tendinopathy"(PDF).The Cochrane Database of Systematic Reviews.2015 (5): CD010960.doi:10.1002/14651858.CD010960.pub2.PMC 10804370.PMID 26009861.
  41. Moraes, Vinícius Y; Lenza, Mário; Tamaoki, Marcel Jun; Faloppa, Flávio; Belloti, João Carlos (2014-04-29)."Cochrane Database of Systematic Reviews".Cochrane Database Syst Rev.2014 (4): CD010071.doi:10.1002/14651858.cd010071.pub3.PMC 6464921.PMID 24782334.
  42. McCormick, A; Charlton, J; Fleming, D (Jun 1995)."Assessing health needs in primary care. Morbidity study from general practice provides another source of information".BMJ.310 (6993): 1534.doi:10.1136/bmj.310.6993.1534d.PMC 2549904.PMID 7787617.
  43. de Jonge, S.; van den Berg, C.; de Vos, R. J.; van der Heide, H. J. L.; Weir, A.; Verhaar, J. A. N.; Bierma-Zeinstra, S. M. A.; Tol, J. L. (2011-10-01). "Incidence of midportion Achilles tendinopathy in the general population".British Journal of Sports Medicine.45 (13): 1026–1028.doi:10.1136/bjsports-2011-090342.ISSN 0306-3674.
  44. Leppilahti, Juhana; Puranen, Jaakko; Orava, Sakari (1996). "Incidence of Achilles tendon rupture".Acta Orthopaedica Scandinavica.67 (3): 277–279.doi:10.3109/17453679608994688.ISSN 0001-6470.
  45. Littlewood, Chris; May, Stephen; Walters, Stephen (2013-10-01). "Epidemiology of rotator cuff tendinopathy: a systematic review".Shoulder & Elbow (ภาษาอังกฤษ).5 (4): 256–265.doi:10.1111/sae.12028.ISSN 1758-5740.S2CID 74208378.
  46. "Inflammation".The Free Dictionary.
  47. "avascular".The Free Dictionary.
  48. Rees, J. D.; Stride, M.; Scott, A. (2013)."Tendons - time to revisit inflammation".British Journal of Sports Medicine.48 (21): 1553–1557.doi:10.1136/bjsports-2012-091957.ISSN 0306-3674.PMC 4215290.PMID 23476034.
  49. Bass, Lmt (2012)."Tendinopathy: Why the Difference Between Tendinitis and Tendinosis Matters".International Journal of Therapeutic Massage & Bodywork: Research, Education, & Practice.5 (1): 14–7.doi:10.3822/ijtmb.v5i1.153.PMC 3312643.PMID 22553479.
  50. D'Agostino, MA; Olivieri, I (June 2006). "Enthesitis".Best Practice & Research Clinical Rheumatology. Clinical Rheumatology.20 (3): 473–86.doi:10.1016/j.berh.2006.03.007.PMID 16777577.
  51. "Enthesitis".Enthesitis.The Free Dictionary. 2009. สืบค้นเมื่อ2010-11-27.
  52. Schett, G; Lories, RJ; D'Agostino, MA; Elewaut, D; Kirkham, B; Soriano, ER; McGonagle, D (November 2017). "Enthesitis: from pathophysiology to treatment".Nature Reviews Rheumatology (Review).13 (12): 731–741.doi:10.1038/nrrheum.2017.188.PMID 29158573.S2CID 24724763.
  53. Schmitt, SK (June 2017). "Reactive Arthritis".Infectious Disease Clinics of North America (Review).31 (2): 265–277.doi:10.1016/j.idc.2017.01.002.PMID 28292540.
  54. "OrthoKids - Osgood-Schlatter's Disease".
  55. "Sever's Disease". Kidshealth.org. สืบค้นเมื่อ2014-04-29.
  56. Hendrix, CL (2005). "Calcaneal apophysitis (Sever disease)".Clinics in Podiatric Medicine and Surgery.22 (1): 55–62, vi.doi:10.1016/j.cpm.2004.08.011.PMID 15555843.
  57. Murrell, GA (2007)."Using nitric oxide to treat tendinopathy".Br J Sports Med.41 (4): 227–31.doi:10.1136/bjsm.2006.034447.PMC 2658939.PMID 17289859.
  58. Rowe, V; Hemmings, S; Barton, C; Malliaras, P; Maffulli, N; Morrissey, D (November 2012). "Conservative management of midportion Achilles tendinopathy: a mixed methods study, integrating systematic review and clinical reasoning".Sports Med.42 (11): 941–67.doi:10.2165/11635410-000000000-00000.PMID 23006143.
  59. Koch, TG; Berg, LC; Betts, DH (2009)."Current and future regenerative medicine - principles, concepts, and therapeutic use of stem cell therapy and tissue engineering in equine medicine".Can Vet J.50 (2): 155–65.PMC 2629419.PMID 19412395.

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]
การจำแนกโรค
ทรัพยากรภายนอก
ข้อต่อชนิดแคปซูลาร์
ความผิดปกติของซินอเวียล
ความผิดปกติของเบอร์ซา
ข้อต่อชนิดไม่ใช่แคปซูลาร์
ความผิดปกติของเส้นเอ็น
Enthesopathy/Enthesitis
(and generaltendinopathy)
ไม่ใช่ข้อต่อ
ความผิดปกติของพังผืด
Fibromatosis/contracture

กล่องท้ายเรื่องที่เกี่ยวกับ:
ข้อต่อ

กล่องท้ายเรื่องที่เกี่ยวกับ:
กล้ามเนื้อ พังผืดชั้นลึก และ
เนื้อเยื่อเกี่ยวพันหนาแน่น
เข้าถึงจาก "https://th.wikipedia.org/w/index.php?title=Tendinopathy&oldid=11489829"
หมวดหมู่:
หมวดหมู่ที่ซ่อนอยู่:

[8]ページ先頭

©2009-2025 Movatter.jp